ภาษาไทย
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
สมัครสมาชิก   รถเข็น
ค้นหา:
     สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 13/06/2552
ปรับปรุงเวบเมื่อ 24/07/2556
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 86
0413553001298
     หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (86)
 บายศรี
 สีผึ้ง (เสน่ห์มหานาคี)
 ตระกรุดนาคเกี้ยว (ลงอักขระ)
 แหวน พญานาค
 ว่านจั๊กจั่นเรไร
 กำไลข้อมือ (แก้ชง)
 เพชรพญานาค
 แก้วมณีนาคราช
 รูปปั้นพญานาค
 เพชรพญานาค (นพเก้า) + พระบรมสารีริกธาตุ
 มักกะลีผล
 หงอนพญานาค
 รังหินศิลาคอน (ไข่พญานาค)
 เขี้ยวเสือ
 สุริยันจันทรา
 เครื่องบูชาพญานาค (ครบชุด)
 เครื่องราง ของขลัง
 ขันหมากเบง
 ขันธ์ 5
 CD บทสวดพระคาถา อนุโมทนาเทพไท้เทวา
 จี้ห้อยคอ เงินแท้เกรด AAA รุ่นหลังเบี้ย
 จี้ห้อยคอ เงินแท้เกรด AAA รุ่นเหล็กไหลพญานาคราช
 แหวนเงินแท้ ฝังเพชรพญานาค
 ช่างภาพ

มหานาคี อุดรธานี

Create Your Badge mahanaky.com

โฆษณาหน้าของคุณด้วยเลยสิ Heart Be Strong

Create Your Badge
     จดหมายข่าว

กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

     เว็บลิงค์
ตำนานเพชรพญานาค : บันทึกลึกลับ clip1
ตำนานเพชรพญานาค : บันทึกลึกลับ clip2
ตำนานเพชรพญานาค : บันทึกลึกลับ clip3
ข่าว พญานาค หนองหาน สกลนคร 30 มี.ค.55_Tamroi.com
คนอวดผี ฆ่า( งู )
ถ้ำเพียงดิน เมืองบาดาลของพญานาค
พิธีแต่งงานพญานาค

     แบบสอบถามออนไลน์
ว่านจั๊กจั่น
คาถาบูชาว่านจั๊กจั่น
คาถาบูชาเพชรพญานาค







สีผึ้ง (เสน่ห์มหานาคี) - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

คลิกที่ภาพ

สีผึ้งเสน่ห์มหานาคี

มีอิทธิคุณด้านมหาเสน่ห์

บทความ
ตำนานพญานาคราช (อ่าน 5734/ตอบ 0)

ตำนานพญานาคราช

จัดเป็นสัตว์ในวรรณดีด้วย และไม่สามารถบรรลุธรรมได้ แต่ก็จัดอยู่ฝ่ายสุคติภูมิ อยู่สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา
นาคแบ่ง ออกเป็น 4 ตระกูลใหญ่ คือ


          1. ตระกูลวิรูปักษ์      พญานาคตระกูลสีทอง  


          2. ตระกูลเอราปถ     พญานาคตระกูลสีเขียว


          3. ตระกูลฉัพพยาปุตตะ    พญานาคตระกูลสีรุ้ง


          4. ตระกูลกัณหาโคตมะ    พญานาคตระกูลสีดำ

" ในคัมภีร์ปรมัตถโชติกะมหอภิธรรม มัตถสังคหฎีกา ปริเฉทที่ 5 ได้กล่าวถึงเรื่องของชนิดพญานาคดังนี้ นาคสามารถแบ่งออกเป็นสี่ตระกูลใหญ่ๆด้วยกันได้ดังนี้ " คืือ"

          1. ตระกูลวิรูปักข์   ซึ่งเป็นนาคผิวกายสีทอง

         2. ตะกูลเอราปัถ    ซึ่งเป็นนาคผิวกายสีเขียว

         3. ตระกูลฉัพยาปตต์   ซึ่งเป็นนาคผิวกายหลากสี

         4. ตระกูลกัณหาโคตม์   ซึ่งมีผิวกายสีดำ


พิษแห่งนาค

 1.ปูติมุขะ เป็นนาคมีพิษ   ถ้ากัดผู้ใดแล้วรอยแผลจะเปื่อยเน่า นำเหลืองไหล ถ้าไม่มียารักษาจะถึงแก่ความตายในเวลารวดเร็ว

2. กฎฐะมุขะ เป็นนาคมีพิษ   ถ้ากัดผู้ใดแล้วร่างกายเหยื่อจะแข็งทื่อไปทั้งตัว แขนขางอไม่ได้ และจะปวดอย่างแสนสาหัส และตายอย่างรวดเร็ว

3. อัคคิมุขะ เป็นนาคมีพิษ   ถ้ากัดผู้ใดแล้วจะเกิดอาการเร่าร้อนไปทั้งตัวดุจไฟเผา แผลจะมีลักษณะคล้ายถูกไฟไหม้
 

4.สัตถะมุขะ เป็นนาคมีพิษ   ถ้ากัดผู้ใดแล้วจะตายทันทีเหมือนถูกฟ้าผ่า

 

พญานาคสี่ประเภทนี้สามารถทำอันตรายได้อีกอย่างละ 4 วิธี   คือ

1. ทัฏฐะวิสาพญานาค   เมื่อขบกัดแล้วจะเกิดพิษซ่านไปทั่วร่างกาย

2.ทิฏฐะวิสะพญานาค   ใช้วิธีมองแล้วพ่นพิษออกทางตา

3.ผุฏฐะวิสะพญานาค   ใช้ลมหายใจพ่นเป็นพิษแผ่ซ่าน

4.วาตาวิสะพญานาค   มีพิษที่กาย จะแผ่พิษจากตัว

 

รวมว่ามีวิธีทำอันตรายได้ 16 วิธี แต่ใน 16 วิธีนี้ยังมีแบ่งภาคออกไปอีก4วิธี   คือ

1.อาตตะวิสนะโฆระวิสะ   มีพิษแผ่ซ่านออกไปอย่างรวดเร็วแต่ไม่รุนแรง

2.โฆระวิสนะอาคตะวิสะ   มีพิษรุนแรงมาก แต่พิษนั้นแผ่ออกไปช้าๆ

3. อาคตวิสนะโฆระวิสะ    มีพิษแผ่ซ่านไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก

4.นะอาควิสนะโฆระวิสะ   มีพิษแผ่ช้าๆและไม่รุนแรง

 

รวมแล้วมีวิธีทำอันตรายได้ 64 วิธี แต่พญานาคเหล่านี้ยังแบ่งออกเป็น  สี่ประเภท  คือ

1. อันฑชะพญานาค   เป็นนาคพันธุ์เกิดในไข่

2. ชลาพุชะพญานาค   เป็นนาคพันธุ์เกิดในครรภ์

3.สังเสทชะพญานาค   เป็นนาคพันธุ์เกิดจากเงื่อไคล

4.โอปปาติกะพญานาค   เป็นนาคพวกกายทิพย์ผุดเกิดจากบุญบารมี

 

รวมแล้วเป็นพญานาคทั้งหมด 256 ชนิด ในแต่ละชนิดยังแบ่งออกเป็นสองพวก  คือ 

1.ชลชะพญานาค   เป็นนาคที่เกิดในน้ำ

2.ถลชะพญา

นาค   เป็นนาคที่เกิดบนบก

 

สรุปนาค มี 1,024 ชนิด         
ราชาแห่งนาคทั้งมวลในตำนวนของฮินดู อนันตเศษ (อะ-นัน-ตะ-เส-สะ) หรือ อนันตนาคราช มีขนาดตัวเป็นอนันต์สมชื่อ เพราะเป็นผู้นอนอยู่ในเกษียรสมุทรและให้พระนารายณ์นอนบนหลัง บางตำนานเล่าว่าดาวนพเคราะห์นั้นก็ตั้งอยู่บนพังพา

นของอนันตนาคราช ส่วนหัวซึ่งมีตั้งแต่ห้าหัวถึงหนึ่งพันนั้นไม่พ่นพิษเหมือนนาคอื่นๆแต่เป็น เปลวไฟ

และอนันตนาคราชก็จะร้องเพลงสรรเสิญบารมีของพระนารายณ์เป็นนิจ  ในตำนานเล่าว่าตอนที่เหล่านาคเล่นโกง ที่แม่ไปพนันกับนางวินตาซึ่งเป็นแม่ของพญาครุฑ (ทั้งคู่พนันสีม้าของพระอาทิตย์ เหล่านาคนั้นพ่นพิษใส่จนหางของม้าพระอาทิตย์เป็นสีดำ บ้างก็ว่าเหล่านาคตัวเล็กๆได้เลื้อยเข้าไปแทรกในขนสีขาวจนดูสีดำเป็นหย่อม) อนันตเศษนั้นรังเกียจบรรดาน้องๆเลยหนีไปจำศีลอยู่ตัวเดียว เวลาผ่านไปพระพรหมก็มาเจอเข้า เมื่อทราบว่าอนันตเศษไม่ชอบใจที่น้องโกงพนันเลยให้ไปนอนในเกษียรสมุทรเป็น เตียงให้พระนารายณ์ คำสาปที่ทำให้ครุฑจับนาคกินได้จึงไม่รวมถึงอนันตเศษด้วย



                ตำนานที่ดุเดือดของอนัตเศษที่สุดนั้นกล่าวว่าครั้งหนึ่งอนันตเศษเคยโผล่หัว ขึ้นไปบนสวรรค์ (ไม่ใช่มุข เพราะตัวยาวจนไม่ต้องขึ้นไปทั้งตัว) และโอ้อวดกับเหล่าเทวดาว่า ในสามโลกนี้มีแต่ตรีมูรติเท่านั้นที่มีอำนาจเหนือตน หากใครไม่เชื่อแล้วก็จงมาประลองกำลังกันเถิด เหล่าเทวดากลัวหัวหด มีแต่พระพายที่กล้าพอ คิดว่าอย่างไรนาคตัว

นี้ก็เป็นแค่ดิรัจฉาน การจำมาท้าตีท้าต่อยกับเทวดาจึงนับว่าโอหังนัก

                 พระพายรับคำท้า ว่าแล้วพญาอนันตนาคราชก็เอาตัวเองพันรอบภูเขาลูกหนึ่งไว้ บอกว่าให้พระพายลองทำลายภูเขานี้ดู พระพายนั้นใช้กำลังสร้างพายุรุนแรงหมายจะพัดทำลายภูเขานั้นให้ยับเยิน แต่อนันตเศษก็ขยายตัวเองให้ใหญ่ขึ้นแล้วแผ่พังพานป้องไว้ได้ทุกครั้ง สุดท้ายพระพายจึงทุ่มกำลังทั้งหมดเข้าโจมตีโดยดึงเอาลมในตัวสัตว์โลกทั้งมวล มาใช้ด้วย แต่ก็ถูกอนันตเศษกลืนเข้าไปทั้งตัว ทีนี้เมื่อไม่มีพระพายแล้ว สัตว์โลกทั้งหลายก็หายใจไม่ออก ร้อนถึงพระนารายณ์ต้องมาบอกเตียงหลังโปรดให้คายพระพายออกมา อนัตนาคราชทำตาม ปรากฏว่าตอนที่อนันตนาคราชคายพระพายมานั้นก็บังเกิดเป็นลมรุนแรงพัดไปโดน ภูเขาที่พันไว้จนราบเป็นหน้ากลอง ทั้งพระพายและอนันตนาคราชต่างก็นับถือในกำลังของกันและกัน เลยตกลงว่าการประลองครั้งนี้   เป็นเสมอ  บางที่ที่ค้นเจอ ยกบทนาคที่พันเขาพระสุเมรุไว้ตอนกวนเกษียรสมุทรให้อนันตนาคราชด้วย แต่จริงๆแล้วนาคที่รับบทนี้ก็  คือ พญาวาสุกี

 

ตระกูลของนาค 

นาคเป็นเจ้าแห่งงู แต่ไม่สามารถบรรลุธรรมได้ แต่ก็จัดอยู่ฝ่ายสุคติภูมิ อยู่สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา นาคแบ่ง ออกเป็น  4  ตระกูลใหญ่   คือ

  • ตระกูลวิรูปักษ์   พญานาคตระกูลสีทอง
  • ตระกูลเอราปถ   พญานาคตระกูลสีเขียว
  • ตระกูลฉัพพยาปุตตะ   พญานาคตระกูลสีรุ้ง
  • ตระกูลกัณหาโคตมะ   พญานาคตระกูลสีดำ

 

พญานาคเกิดได้ทั้ง 4 แบบ คือ 

         1. แบบโอปปาติกะ   เกิดแล้วโตทันที

          2. แบบสังเสทชะ   เกิดจากเหงื่อไคล สิ่งหมักหมม

         3. แบบชลาพุชะ   เกิดจากครรภ์

         4. แบบอัณฑชะ   เกิดจากฟองไข่

                        พญานาคชั้นสูงเกิดแบบโอปปาติกะ เป็นชนชั้นปกครอง ที่อยู่ของพญานาคมีตั้งแต่ในแม่น้ำ หนอง คลอง บึงต่างๆ ในอากาศ จนไปถึงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา พวกพญานาคอยู่ในการปกครองของท้าววิรูปักษ์ ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาด้านทิศตะวันตก เหตุที่มาเกิดเป็นพญานาคเพราะทำบุญเจือด้วยราคะ


    ความเชื่อเกี่ยวกับคุณลักษณะและคุณสมบัติ 

                           ชาวฮินดูถือว่า นาคเป็นผู้ใกล้ชิดกับเทพองค์ต่างๆ เป็นเทพเจ้าแห่งน้ำ เช่น อนันตนาคราช ที่เป็นบัลลังก์ของพระนารายณ์ตรงกับความเชื่อของลัทธิพราหมณ์ ที่เชื่อว่า นาค เป็นเทพแห่งน้ำ เช่นปีนี้ นาค ให้น้ำ 1 ตัว แปลว่า น้ำจะมาก จะท่วมที่ทำการเกษตร ไร่นา ถ้าปีไหน นาคให้น้ำ 7 ตัว น้ำจะน้อย ตัวเลขนาคให้น้ำจะกลับกันกับเหตุการณ์ เนื่องจาก ถ้านาคให้น้ำ 7 ตัว น้ำจะน้อยเพราะนาคกลืนน้ำไว้

                           นาคมีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถแปลงกายได้ มีอิทธิฤทธิ์และมีชีวิตใกล้กับคน สามารถแปลงเป็นคนได้ เช่นคราวที่แปลงเป็นคนมาขอบวชกับพระพุทธเจ้านหนังสือไตรภูมิพระร่วง กล่าวถึงนาคที่ชื่อ ถลชะ ที่แปลว่า เกิดบนบก จะเนรมิตกายได้เฉพาะบนบก และนาคชื่อ ชลซะ แปลว่า เกิดจากน้ำ จะเนรมิตกายได้เฉพาะในน้ำเท่านั้น

                          นาค ถึงแม้จะเนรมิตกายเป็นอะไร แต่ในสภาวะ 5 จะต้องปรากฏรูปลักษณ์เป็นนาคเช่นเดิม คือ ขณะเกิด, ขณะลอกคราบ, ขณะสมสู่กันระหว่างนาคกับนาค ขณะนอนหลับโดยไม่มีสติ และตอนตาย ก็กลับเป็นงูใหญ่เหมือนเดิม    นาค มีพิษร้าย สามารถทำอันตรายผู้อื่นได้ด้วยพิษ ถึง 64 ชนิด ซึ่งตามตำนานกล่าวว่า สัตว์จำพวกงู แมงป่อง, ตะขาบ, คางคก, มด ฯลฯ มีพิษได้ ซึ่งก็ด้วยเหตุที่ นาคคายพิษทิ้งไว้ แล้วพวกงูไปเลีย พวกที่มาถึงก่อนก็เอาไปมาก พวกมาทีหลัง เช่น แมงป่อง กับ มด ได้พิษน้อย แค่เอาหาง เอากันไปป้ายเศษพิษ จำพวกนี้จึงมีพิษน้อย และพญานาคต้องคายพิษทุก 15 วัน    

                         นาค อาศัยอยู่ใต้ดิน หรือบาดาล คนโบราณเชื่อว่าเมื่อบนสวรรค์มีเทพอาศัยอยู่ลึกลงไปใต้พื้นโลก ก็น่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ในหนังสือไตรภูมิพระร่วง กล่าวว่า ที่ที่นาคอยู่นั้นลึกลงไปใต้ดิน 1 โยชน์ หรือ 16 กิโลเมตร มีปราสาทราชวังที่วิจิตรพิสดารไม่แพ้สวรรค์ ที่มีอยู่ถึง 7 ชั้น เรียงซ้อนๆ กัน ชั้นสูงๆ ก็จะมีความสุขเหมือนสวรรค์  นาค สามารถผสมพันธุ์กับสัตว์ชนิดอื่นได้ แปลงกายแล้วสมสู่กับมนุษย์ได้ เมื่อนาคตั้งท้องจะออกลูกเป็นไข่เหมือนงู มีทั้งพันธุ์เศียรเดียว 3, 5 และ 7 เศียร   สามารถขึ้นลง ตั้งแต่ใต้บาดาลพื้นโลกจนถึงสวรรค์ ในทุกตำนานมักจะกล่าวถึงนาคที่ขึ้น-ลง ระหว่างเมืองบาดาล กับเมืองสวรรค์ ที่จะแปลงกายเป็นอะไรตามที่คิด ตามสภาวะเหตุการณ์นั้น ฯ 

    พญานาคกับตำนานในพระพุทธศาสนา 

                      เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสรู้ธรรมพิเศษแล้ว ได้เสด็จไปตามเมืองต่างๆ เพื่อแสดงธรรมเทศนา มีครั้งหนึ่งได้เสด็จออกจากร่มไม้อธุปปาลนิโครธ ไปยังร่มไม้จิกชื่อ "มุจลินท์" ทรงนั่งเสวยวิมุตติสุข อยู่ 7 วัน คราวเดียวกันนั้นมีฝนตกพรำๆ ประกอบไปด้วยลมหนาวตลอด 7 วัน ได้มีพญานาคชื่อมุจลินทร์ เข้ามาวงด้วยขด 7 รอบพร้อมกับแผ่พังพานปกพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อจะป้องกันฝนตกและลมมิให้ถูกพระวรกาย หลังจากฝนหายแล้ว คลายขนดออก แปลงเพศเป็นชายหนุ่มยืนเฝ้าที่เบื้องพระพักตร์ ด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้า  ความเชื่อดังกล่าวทำให้เป็นที่มาของการสร้างพระพุทธรูปปางนาคปรก แต่มักจะสร้างแบบพระนั่งบนตัวพญานาค ซึ่งดูเหมือนว่าเอาพญานาคเป็นบัลลังก์ เพื่อให้เกิดความสง่างาม และทำให้คิดว่า พญานาค  คือ  ผู้คุ้มครองพระศาสดา

                          พญานาค เป็นสะพาน (สายรุ้ง) ที่เชื่อมโลกมนุษย์กับสวรรค์ หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ โลกศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อที่ว่า พญานาค กับ รุ้ง เป็นอันเดียวกัน ก็คือสะพานเชื่อมโลกมนุษย์กับสวรรค์นั่นเอง   นาคสะดุ้ง ซึ่งเป็นประติมากรรมที่ ราวบันไดโบสถ์นั้นได้สร้างขึ้นตามความเชื่อถือ "บันไดนาค" ก็ด้วยความเชื่อดังกล่าว แม้ตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากดาวดึงส์ ก็โดยบันไดแก้วมณีสีรุ้ง ที่เทวดาเนรมิตขึ้นและมีพญานาคจำนวน 2 ตน เอาหลังหนุนบันไดไว้   ตุง ในวัฒนธรรมของล้านนาและพม่า ก็เชื่อกันว่าคลี่คลายมาจากพญานาค และหมายถึงบันไดสู่สวรรค์

                         ความเชื่อของชาวฮินดู ก็ถือว่า นาคเป็นสะพานเชื่อมภาวะปกติ กับที่สถิตของเทพ ทางเดินสู่วิษณุโลก เช่น ปราสาทนครวัด  จึงทำเป็น พญานาคราช ที่ทอดยาวรับมนุษย์ตัวเล็ก ๆ สู่โลกแห่งความศักดิ์สิทธิ์ หรือบั้งไฟ ของชาวอีสานที่ทำกันในงานประเพณีเดือนหก ก็ยังทำเป็นลวดลาย และเป็นรูปพญานาค พญานาคนั้นจะถูกส่งไปบอกแถน บนฟ้าให้ปล่อยฝนลงมา  ในสมัยพระพุทธเจ้า  มีพญานาคตนหนึ่งนั่งฟังธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าแล้วได้เกิดศรัทธา จึงได้แปลงกายเป็นมนุษย์ขอบวชเป็นพระภิกษุ แต่อยู่มาวันหนึ่งเข้านอนในตอนกลางวัน หลังจากหลับแล้วมนต์ได้เสื่อมกลายเป็นงูใหญ่ จนพระภิกษุรูป อื่นไปเห็นเข้า ต่อมาพระพุทธเจ้าทรงทราบจึงให้พระภิกษุนาคนั้นสึกออกไป เพราะเป็นสัตว์เดรัจฉาน นาคตนนั้นผิดหวังมาก จึงขอถวายคำว่า นาค ไว้ใช้เรียกผู้ที่เข้ามาขอบวชในพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นอนุสรณ์ในความศรัทธาของตน

                          ต่อจากนั้นมาพระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติไม่ให้สัตว์เดรัจฉาน ไม่ว่าจะเป็นนาค ครุฑ หรือสัตว์อื่นๆ บวชอีกเป็นอันขาด และก่อนที่อุปัชฌาย์จะอุปสมบทให้แก่ผู้ขอบวชจะต้องถาม อันตรายิกธรรม หรือข้อขัดข้องที่จะทำให้ผู้นั้นบวชเป็นพระภิกษุไม่ได้ รวม 8 ข้อเสียก่อน ในจำนวน 8 ข้อนั้น มีข้อหนึ่งถามว่า "ท่านเป็นมนุษย์หรือเปล่า" และจึงเรียกการบวชนี้ว่า "บวชนาค"

       

      พญานาคเกิดได้ทั้ง 4 แบบ คือ

      •  แบบโอปปาติกะเกิดแล้วโตทันที
      • แบบสังเสทชะ  เกิดจากเหงื่อไคล สิ่งหมักหมม
      • แบบชลาพุชะเกิดจากครรภ์
      • แบบอัณฑชะเกิดจากฟองไข่

                       พญานาคชั้นสูงเกิดแบบโอปปาติกะ เป็นชนชั้นปกครอง ที่อยู่ของพญานาคมีตั้งแต่ในแม่น้ำ หนอง คลอง บึงต่างๆ ในอากาศ จนไปถึงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา พวกพญานาคอยู่ ในการปกครองของท้าววิรูปักษ์ ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาด้านทิศตะวันตก เหตุที่มาเกิดเป็นพญานาคเพราะทำบุญเจือด้วยราคะ

      ·        
       

        นาค หรือ พญานาค งูใหญ่มีหงอน 

                            สัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา และนาคยังเป็นสัญลักษณ์ของบันไดสายรุ้งสู่จักรวาล   นาคเป็นเทพเจ้าแห่งท้องน้ำ บางแห่งก็ว่าเป็นเทพเจ้าแห่งฟ้า  ตำนานความเชื่อเรืองพญานาคมีความเก่าแก่มาก ดูท่าว่าจะเก่ากว่าพุทธศาสนาอีกด้วย สืบค้นได้ว่ามีต้นกำเนิดมาจากอินเดียใต้ ด้วยเหตุจากภูมิประเทศทางอินเดียใต้เป็นป่าเขาจึงทำให้มีงูอยู่ชุกชุม และด้วยเหตุที่งูนั้นลักษณะทางกายภาพคือมีพิษร้ายแรง งูจึงเป็นสัตว์ที่มนุษย์ให้การนับถือว่ามีอำนาจ ชาวอินเดียใต้จึงนับถืองู

                               เป็นสัตว์เทวะชนิดหนึ่งในเทพนิยายและตำนานพื้นบ้าน บ้างก็ว่าเป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ มีความเชื่อเรื่องพญานาคแพร่หลายในภูมิภาคต่างๆ ทั่วทวีปเอเชีย โดยเรียกชื่อต่างๆ กัน  ต้นกำเนิดความเชื่อเรื่องพญานาคน่าจะอยู่ที่อินเดีย ด้วยมีนิยายหลายเรื่องเล่าถึงพญานาค โดยเฉพาะในมหากาพย์มหาภารตะ ซึ่งถือเป็นปรปักษ์ของพญาครุฑ ส่วนในตำนานพุทธประวัติ ก็เล่าถึงพญานาคไว้หลายครั้งด้วยกัน

                              ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีตำนานเรื่องพญานาคอย่างแพร่หลาย  ชาวบ้านในภูมิภาคนี้มักเชื่อกันว่าพญานาคอาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง หรือเมืองบาดาล และเชื่อกันว่าเคยมีคนเคยพบรอยพญานาคขึ้นมาในวันออกพรรษาโดยจะมีลักษณะคล้าย รอยของงูขนาดใหญ่ และเมื่อไปเล่นน้ำในแม่น้ำโขงควรยกมือไหว้เพื่อเป็นการสักการะสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์

                                 กษณะของพญานาคตามความเชื่อในแต่ละภูมิภาคจะแตกต่างกันไป  แต่พื้นฐานคือพญานาคนั้นมีลักษณะตัวเป็นงูตัวใหญ่มีหงอนสีทองและตาสีแดง เกล็ดเหมือนปลามีหลายสีแตกต่างกันไปตามบารมี บ้างก็มีสีเขียว บ้างก็มีสีดำ หรือบ้างก็มี7สี และที่สำคัญคือนาคตระกูลธรรมดาจะมีเศียรเดียว แต่ตระกูลที่สูงขึ้นไปนั้นจะมีสามเศียร ห้าเศียร เจ็ดเศียรและเก้าเศียร นาคจำพวกนี้จะสืบเชื้อสายมาจาก พญาเศษนาคราช(อนันตนาคราช) ผู้เป็นบัลลังก์ของพระวิษณุนารายณ์ปรมนาท ณ เกษียรสมุทร อนันตนาคราชนั้นเล่ากันว่ามีกายใหญ่โตมหึมามีความยาวไม่สิ้นสุด มีพันศีรษะ พญานาคนั้นมีทั้งเกิดในนำและบนบก เกิดจากครรภ์และจากไข่ มีอิทฤทธิ์สามารถบันดาลให้เกิดคุณและโทษได้ นาคนั้นมักจะแปลงร่างเป็นมนุษย์รูปร่างสวยงาม


        ความเชื่อเกี่ยวกับคุณลักษณะและคุณสมบัติ

               พญานาค หรือ งูใหญ่มีหงอน ในตำนานของฝรั่ง หรือชาวตะวันตก ถือว่าเป็นตัวแทนของกิเลส ความชั่วร้าย ตรงข้ามกับชาวตะวันออก ที่ถือว่า งูใหญ่ พญานาค มังกร เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พลังอำนาจ ชาวฮินดูถือว่า พญานาคเป็นผู้ใกล้ชิดกับเทพองค์ต่างๆ เป็นเทพเจ้าแห่งน้ำ เช่น อนันตนาคราช ที่เป็นบัลลังก์ของพระนารายณ์ตรงกับความเชื่อของลัทธิพราหมณ์ ที่เชื่อว่า นาค เป็นเทพแห่งน้ำ เช่นปีนี้ นาค ให้น้ำ 1 ตัว แปลว่า น้ำจะมาก จะท่วมที่ทำการเกษตร ไร่นา ถ้าปีไหน นาคให้น้ำ 7 ตัว น้ำจะน้อย ตัวเลขนาคให้น้ำจะกลับกันกับเหตุการณ์ เนื่องจาก ถ้านาคให้น้ำ 7 ตัว น้ำจะน้อยเพราะนาคกลืนน้ำไว้

              พญานาค งูใหญ่ มีหงอน  สัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา และ บันไดสายรุ้งสู่จักรวาล เป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ จากการจำศีล บำเพ็ญภาวนา ศรัทธาในพุทธศาสนา ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เราจะพบเห็น เป็นรูปปั้นหน้าโบสถ์ ตามวัดต่างๆบันไดขึ้นสู่วัดในพุทธศาสนา ภาพเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง กับศาสนาพุทธอีกมากมาย

               พญานาค เป็นสัตว์มหัศจรรย์   ที่มีคุณสมบัติพิเศษ  คือ  สามารถแปลงกายได้ พญานาค มีอิทธิฤทธิ์ และมีชีวิตใกล้กับคน พญานาค สามารถแปลงเป็นคนได้ เช่นคราวที่แปลงเป็นคนมาขอบวชกับพระพุทธเจ้า ในหนังสือไตรภูมิพระร่วง กล่าวถึงนาคที่ชื่อ ถลชะ ที่แปลว่า เกิดบนบก จะเนรมิตกายได้เฉพาะบนบก และนาคชื่อ ชลซะ แปลว่า เกิดจากน้ำ จะเนรมิตกายได้เฉพาะในน้ำเท่านั้น

               พญานาค ถึงแม้จะเนรมิตกายเป็นอะไร  แต่ในสภาวะ 5 อย่างนี้  จะต้องปรากฏเป็นงูใหญ่เช่นเดิม คือ ขณะเกิด ขณะลอกคราบ ขณะสมสู่กันระหว่างนาคกับนาค ขณะนอนหลับ โดยไม่มีสติ และที่สำคัญ ตอนตาย ก็กลับเป็นงูใหญ่เหมือนเดิม

               พญานาค มีพิษร้าย  สามารถทำอันตรายผู้อื่นได้ด้วยพิษ ถึง  64 ชนิด ซึ่งตามตำนานกล่าวว่า สัตว์จำพวกงู แมงป่อง ตะขาบ คางคก มด ฯลฯ  มีพิษได้ ซึ่งก็ด้วยเหตุที่ นาคคายพิษทิ้งไว้ แล้วพวกงูไปเลีย พวกที่มาถึงก่อนก็เอาไปมาก พวกมาทีหลัง เช่น แมงป่อง กับ มด ได้พิษน้อย แค่เอาหาง เอากันไปป้ายเศษพิษ จำพวกนี้จึงมีพิษน้อย และพญานาคต้องคายพิษทุก  15  วัน

               พญานาค อาศัยอยู่ใต้ดิน หรือบาดาล คนโบราณเชื่อว่าเมื่อบนสวรรค์มีเทพอาศัยอยู่ลึกลงไปใต้พื้นโลก ก็น่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ในหนังสือไตรภูมิพระร่วง กล่าวว่า ที่ที่นาคอยู่นั้นลึกลงไปใต้ดิน 1 โยชน์ หรือ 16 กิโลเมตร มีปราสาทราชวังที่วิจิตรพิสดารไม่แพ้สวรรค์ ที่มีอยู่ถึง 7 ชั้น เรียงซ้อนๆ กัน ชั้นสูงๆ ก็จะมีความสุขเหมือนสวรรค์

                 พญานาค สามารถผสมพันธุ์กับสัตว์ชนิดอื่นได้ แปลงกายแล้วผสมพันธุ์กับมนุษย์ได้ เมื่อนาคตั้งท้องจะออกลูกเป็นไข่เหมือนงู มีทั้งพันธุ์เศียรเดียว 3, 5 และ 7 เศียร สามารถขึ้นลง ตั้งแต่ใต้บาดาลพื้นโลก จนถึงสวรรค์ ในทุกตำนานมักจะกล่าวถึงนาคที่ขั้น-ลง ระหว่างเมืองบาดาล กับเมืองสวรรค์ ที่จะแปลงกายเป็นอะไรตามที่คิด ตามสภาวะเหตุการณ์นั้นๆ  จะเห็นว่า พญานาค หรือ งูใหญ่ นั้นมีความเป็นมาและถิ่นที่อยู่เป็นสัดส่วนในภพหนึ่งต่างหาก จะมีเป็นบางครั้งที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้ พญานาค เป็นทั้งเอกลักษณ์ของความดี และความไม่ดี

         

        ความเชื่อเกี่ยวพันกับชีวิต น้ำ ธรรมชาติ

                              จะได้ยินอยู่เสมอว่า ปีนี้นาคให้น้ำเท่าไร กี่ตัว ฝนฟ้าดี หรือไม่ดี นาคให้น้ำสร้างความอุดมสมบูรณ์แก่สรรพชีวิต ทั้งปวง พญานาค ที่อาศัยอยู่ในสวรรค์ใต้น้ำ ตามคติฮินดู พญาอนันตนาคราช แท่นบรรทมของพระนารายณ์ ที่นับถือเป็นเทพเจ้า พญานาค เปรียบได้กับท้องน้ำทั้งหลายในจักรวาล นาคมีอิทธิฤทธิ์บันดาลให้ฝนตกหรือไม่ตกก็ได้ ตลอดจนสามารถแปลงกายเป็นเมฆฝนได้ พญานาค...เป็นที่มาของแม่น้ำต่างๆ อันหมายถึงผู้รักษาพลังแห่งชีวิตทั้งหลาย   ตามความเชื่อของชาวพุทธ เทวดาแห่งน้ำ คือ วรุณและสาคร ที่ต่างก็เป็นจอมแห่งนาคราช นอกจากที่เกี่ยวข้องกับน้ำบนโลกแล้ว นาคยังเกี่ยวข้องกับน้ำในสวรรค์อีกด้วย คนโบราณเชื่อว่า สายรุ้ง กับ นาค เป็นอันเดียวกัน ที่เชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับโลกสวรรค์ข้างหนึ่งของรุ้งจะดูดน้ำจากพื้นโลก ขึ้นไปข้างบน เมื่อถึงจุดที่สูงสุดก็จะปล่อยน้ำลงมาเป็นฝนที่มีลำตัวของนาคเป็นท่อส่ง

                              ในตำนานสิงหนวัติ กล่าวว่า เมื่อเจ้าเมืองสิงหนวัติอพยพคนมาจากทางเหนือ พญานาคแปลงกายมาช่วยชี้ที่ตั้งเมืองใหม่ และขอให้อยู่ในทศพิธราชธรรม พอตกกลางคืนก็ขึ้นมาสร้างคูเมือง 4 ด้าน เป็น เมืองนาคพันธุ์สิงหนวัติ ต่อมาเมื่อยกทัพปราบเมืองอื่นได้ และรวมดินแดนเข้าด้วยกัน จึงเปลี่ยนชื่อเป็น แคว้นโยนกนาคราช ที่เห็นได้ชัดก็คือ ที่ปราสาทพนมรุ้ง จะมีคูเมืองที่เป็นสระน้ำ 4 ด้าน รอบปราสาทและมี พญานาค อยู่ด้วย ตามความเชื่อของคนสมัยโบราณ นาคจะมีความหมายเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากน้ำ เช่น การสร้างศาสนสถานไม่ว่าจะเป็นอุโบสถ นาคที่ราวบันได จึงมี พญานาค ซึ่งตามความเป็นจริง (ความเชื่อ) การสร้างต้องสร้างกลางน้ำ เพื่อให้ดูเหมือนว่าศาสนสถานนั้นลอยอยู่เหนือน้ำ แต่ก็ไม่ต้องสร้างจริงๆ เพียงแต่มีสัญลักษณ์ พญานาค ไว้ เช่น ที่ปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นต้น  แม้เกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ ก็จะมีอยู่ในราศีเกิด เช่นของคนนักษัตรปีมะโรง ที่มีความหมายถึง ความยิ่งใหญ่และพลังอำนาจ ที่มี พญานาค เป็นสัญลักษณ์

         

        นาคให้น้ำ

        พญานาค เป็นสัญลักษณ์แห่งธาตุน้ำ "นาคให้น้ำ" เป็นเกณฑ์ที่ชาวบ้านรู้และเข้าใจดี ที่ใช้วัดในแต่ละปี จำนวนนาคให้น้ำมีไม่เกิน 7 ตัว ถ้าปีไหนอุดมสมบูรณ์มีน้ำมากเรียกว่า "นาคให้น้ำ 1 ตัว" แต่หากปีไหนแห้งแล้งเรียกว่าปีนั้น "มีนาคให้น้ำ 7 ตัว" จะวัดกลับกันกับจำนวนนาค ก็คือที่น้ำหายไป เกิดความแห้งแล้งนั้นก็เพราะ พญานาคเกี่ยงกันให้น้ำ แต่ละตัวจึงกลืนน้ำไว้ในท้องไม่ยอมพ่นน้ำลงมา

        เกี่ยวข้องกับคนไทย

                            เรามักจะเห็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับนาคได้เสมอ ในงาน จิตรกรรม ประติมากรรม และหัตถกรรม นาคเป็นส่วนประกอบที่สำคัญทางสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะตามอาคารวัดต่างๆ หลังคาอาคารที่สร้างขึ้นสำหรับสถาบันพระมหากษัตริย์ และสถานบันศาสนสถาน ตามคตินิยมที่ว่า นาคยิ่งใหญ่คู่ควรกับสถาบันอันสูงส่ง เช่น นาคสะดุ้ง ที่ทอดลำตัวยาวตามบันได นาคลำยอง ที่ทำเป็นป้านลมหลังคาโบสถ์ ที่ต่อเชื่อมกับนาคสะดุ้ง นาคเบือน นาคจำลอง และนาคทันต์ คันทวยรูปพญานาค

                                ตามคำบอกเล่าของ หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ วัดธาตุมหาชัย จังหวัดนครพนม กล่าวว่า ทางฝั่งไทยและฝั่งลาวต่างมี กษัตริย์แห่งนาคราช หรือ นาคาธิบดี แยกปกครองดูแล

            - ฝั่งลาว คือ พญาศรีสัตตนาคราช (นาคาธิบดีสีสัตตนาคบาดาล) ซึ่งเชื่อว่าเป็นกษัตริย์แห่งพญานาคฝั่งลาว เป็นพญานาคเจ็ดเศียร

            ฝั่งไทย คือ พญาศรีสุทโธนาคราช (นาคาธิบดีสีสุทโธ) เป็นกษัตริย์พญานาคฝั่งไทย เป็นพญานาคหนึ่งเศียร

                             พญาศรีสุทโธ  ท่านชอบจำศีลบำเพ็ญเพียร และปฏิบัติธรรม มีนิสัยอ่อนโยนมีเมตตา ไม่ชอบการต่อสู้ ชอบมาปฏิบัติธรรมที่พระธาตุพนม โดยมอบหมายให้เหล่าพญานาค 6 อำมาตย์ดูแลแทน ในระหว่างที่หลบมาจำศีลภาวนา

         

        หลวงปู่ เอ่ยชื่อ 6  อำมาตย์แห่งพญานาคไว้เพียง   3   คือ

        1. พญาจิตรนาคราช เป็นพญานาคที่รักสวยรักงาม มีเขตแดนปกครองของตน  ตั้งแต่ตาลีฟู ถึงจังหวัดหนองคาย ตามแนวแม่น้ำโขง โดยมีที่สุดแดนอยู่วัดหินหมากเป้ง

        2. พญาโสมนาคราช มีเขตแดนปกครอง ตั้งแต่วัดหินหมากเป้ง มาจนถึงวัดพระธาตุพนม สุดเขตแดนที่แก่งกะเบา พญาโสมนาคราช มีอุปนิสัยคล้ายพญาศรีสุทโธนาคราช คือชอบปฏิบัติธรรม จึงเป็นที่ไว้วางใจ และโปรดปรานแก่พญาศรีสุทโธนาคราชมากกว่าพญานาคอื่น ๆ

        3. พญาชัยยะนาคราช มีเขตแดนจากแก่งกะเบา เรื่อยไปจนสุดแดนที่ปากแม่น้ำโขงลงทะเลในเขมร พญานาคตนนี้มีฤทธิ์เดชมาก ชอบการรณรงค์ทำสงคราม คือชอบการต่อสู้เป็นนิสัย

                         พญาศรีสัตตนาคราช เป็นใหญ่เหนือพญานาคทั้งปวงในฝั่งลาว เป็นพญานาคที่ทรงฤทธิ์ ท่านเป็นพญานาคที่ชอบจำศีลและประพฤติปฏิบัติธรรมเหมือนพญาศรีสุทโธนาคราช โดยชอบมาที่วัดพระธาตุพนมเหมือนกันหลวงปู่คำพันธ์ ยังได้กล่าวอีกว่า ส่วนใดที่อยู่ใกล้ต้นน้ำลำธาร หรือหากมี พิธีกรรมอันใดเกิดขึ้น ให้อัญเชิญบอกกล่าวแก่เหล่าพญานาค พิธีกรรมนั้นจะศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง

        เกี่ยวกับพญานาคที่วัดธาตุพนม มีเรื่องราวบันทึกไว้ว่า ในคืนขึ้น 15 ค่ำ

                            เดือน 11 ปี 2500 (วันออกพรรษา) คืนนั้นมีฝนตกหนัก นายไกฮวดและภรรยา ได้ลุกขึ้นมารองน้ำฝนไว้ดื่มกินตอนกลางดึก บังเอิญเห็นลำแสงแปลกประหลาดสว่างเป็นลำโต ขนาดต้นตาล  7 ลำแสง และมีสีสันแตกต่างกัน 7 สี สวยงามมาก โดยที่ลำแสงทั้ง 7  พุ่งมาจากฟากฟ้าทิศเหนือ ด้วยลักษณะแข่งกัน คือแซงกันไปแซงกันมา จนพุ่งเข้าซุ้มประตูวัดธาตุพนมแล้วก็หายไป  มีสามเณรรูปหนึ่งในขณะนั้นประทับทรงบอกนายไกฮวดและภรรยาว่าลำแสงทั้ง 7 คือ พญานาค มาจากเทือกเขาหิมาลัย มาเพื่อปกปักรักษาพระธาตุพนม และช่วยเหลือประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยาก  แต่หลวงปู่คำพันธ์บอกว่า นั่นเป็นพญาศรีสุทโธนาคราช และอำมาตย์ทั้ง 6  แสดงฤทธิ์ ในโอกาสที่ท่านได้บอกกล่าวเรื่องพญานาคนี้ ท่านจึงได้กล่าวพยากรณ์ว่า

        " พญานาคจะช่วยผู้ที่บูชา ศรัทธาในพญานาคให้ผ่านพ้นอันตรายจากภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นหลังจาก ท่านมรณภาพไปแล้ว 3 ปี ... หลังหลวงปู่ตาย 3 ปี "

         

        ขอขอบพระคุณผู้ให้ข้อมูล

        ที่มา       http://www.watkaokrailas.com

        วัดเขาไกรลาศ  อ.อู่ทอง  จ.สุพรรณบุรี

        Submitted by webmaster ( heart ) www.mahanaky.com  on 28 November 2011.

        เสนอความคิดเห็น
        รายละเอียด : *
        Fun & Emotion Icon Click here for more.
        ชื่อ : *
        อีเมล์ :
        * กรุณากรอกตัวเลขและตัวอักษรให้ถูกต้อง
         
             สินค้า/บริการ แนะนํา
        พญาว่านจั๊กจั่นเรไร
        ปกติ 1,299.00 บ.
        พิเศษ 589.00 บ.
        แหวนนพเกล้า พญานาค ( Free size)
        ปกติ 3,800.00 บ.
        พิเศษ 1,900.00 บ.
        มักกะลีผล
        ปกติ 999.00 บ.
        พิเศษ 599.00 บ.
        รังหินไข่พญานาค ( รุ่นใหญ่ )
        ปกติ 2,000.00 บ.
        พิเศษ 660.00 บ.
        ตระกรุด (นพเก้า 9 สี ) เป็นเพชรพญานาค และ พระธาตุ 3 องค์
        ราคา 789.00 บ.
        สีผึ้ง (เสน่ห์มหานาคี)
        ราคา 359.00 บ.
        เดือยงูเหลือม
        ราคา 2,709.00 บ.
        สุริยันจันทรา
        เชิญคลิกเข้าไปชมได้เลย
        หงอนพญานาค
        โทรสอบถามได้
        เครื่องบูชาพญานาค  (ชุดเล็ก)
        ราคา 1,700.00 บ.
        ตระกรุดนาคเกี้ยว (ลงอาคม  ลงอักขระ)
        ราคา 589.00 บ.
        แหวนพญานาค ประดับพลอยนพเกล้า
        ปกติ 2,100.00 บ.
        พิเศษ 1,500.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานหลังเบี้ย   สีเขียวมรกต   (รุ่นกลาง)  สีพระอินทร์
        ปกติ 1,959.00 บ.
        พิเศษ 1,599.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานแฮมเบอร์เกอร์ สีม่วง (รุ่นเล็ก 1.1 cm)
        ปกติ 590.00 บ.
        พิเศษ 489.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานหลังเบี้ย   สีเขียวขี้ม้า ( รุ่นกลาง)
        ปกติ 1,290.00 บ.
        พิเศษ 789.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานหลังเบี้ย   สีแดงเพลิง ( รุ่นกลาง)
        ปกติ 790.00 บ.
        พิเศษ 589.00 บ.
        เพชรพญานาคสัณฐานลูกแก้ว (กลมเกลี้ยงเกลา) สีแดงเพลิง
        ราคา 989.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานหลังเบี้ย สีชมพู ( รุ่นกลาง)
        ปกติ 790.00 บ.
        พิเศษ 589.00 บ.
        เพชรพญานาคสัณฐานลูกแก้ว (กลมเกลี้ยงเกลา) สีเขียวส่อง
        ราคา 1,600.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานหลังเบี้ย   สีน้ำเงิน ( รุ่นกลาง)
        ปกติ 1,959.00 บ.
        พิเศษ 1,599.00 บ.
        เพชรพญานาคสัณฐานลูกแก้ว (กลมเกลี้ยงเกลา) สีชมพู
        ราคา 1,600.00 บ.
        เพชรพญานาคสัณฐานลูกแก้ว (กลมเกลี้ยงเกลา) สีน้ำเงิน (เข้มมาก)
        ราคา 3,089.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานหลังเบี้ย  สีเหลือง ( รุ่นกลาง)
        ปกติ 790.00 บ.
        พิเศษ 589.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานหลังเบี้ย   สีม่วง ( รุ่นกลาง)
        ปกติ 790.00 บ.
        พิเศษ 589.00 บ.
        เพชรพญานาคสัณฐานหัวใจสีแดงขอบดำ หรือ แดงพิเศษ
        ปกติ 2,400.00 บ.
        พิเศษ 1,389.00 บ.
        เพชรพญานาคสัณฐานหัวใจสีดำ
        ปกติ 2,400.00 บ.
        พิเศษ 1,389.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานหลังเบี้ย  สีดำ ( รุ่นกลาง)
        ปกติ 790.00 บ.
        พิเศษ 589.00 บ.
        เพชรพญานาคสัณฐานหัวใจสีม่วงอ่อนใส
        ปกติ 2,400.00 บ.
        พิเศษ 1,389.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานหลังเบี้ย  สีขาวใส ( รุ่นกลาง)
        ปกติ 790.00 บ.
        พิเศษ 589.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานแฮมเบอร์เกอร์ สีเขียวมรกต (รุ่นเล็ก 1.1 cm)
        ปกติ 1,229.00 บ.
        พิเศษ 889.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานแฮมเบอร์เกอร์ สีเขียวขี้ม้า (รุ่นเล็ก 1.1 cm)
        ปกติ 890.00 บ.
        พิเศษ 589.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานแฮมเบอร์เกอร์ สีชมพู (รุ่นเล็ก 1.1 cm)
        ปกติ 590.00 บ.
        พิเศษ 489.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานแฮมเบอร์เกอร์ สีแดง (รุ่นเล็ก 1.1 cm)
        ปกติ 590.00 บ.
        พิเศษ 589.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานแฮมเบอร์เกอร์ สีน้ำเงิน (รุ่นเล็ก 1.1 cm)
        ปกติ 1,599.00 บ.
        พิเศษ 889.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานแฮมเบอร์เกอร์ สีเหลือง (รุ่นเล็ก 1.1 cm)
        ปกติ 590.00 บ.
        พิเศษ 489.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานแฮมเบอร์เกอร์ สีดำ (รุ่นเล็ก 1.1 cm)
        ปกติ 590.00 บ.
        พิเศษ 489.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานแฮมเบอร์เกอร์ สีขาวใส (รุ่นเล็ก 1.1 cm)
        ปกติ 590.00 บ.
        พิเศษ 489.00 บ.
        หินพญานาค ( รุ่นเล็ก)
        ปกติ 1,000.00 บ.
        พิเศษ 350.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานรูปดอกบัว
        ปกติ 999.00 บ.
        พิเศษ 799.00 บ.
        เพชรพญานาค รูปหยดน้ำ (ใหญ่มาก)
        ราคา 8,000.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานเขี้ยวแก้วยาว  ( 4 * 1 cm )
        ราคา 989.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานเขี้ยวแก้ว
        ปกติ 899.00 บ.
        พิเศษ 789.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานหลังเบี้ย (ขนาด ใหญ่ )
        ปกติ 999.00 บ.
        พิเศษ 999.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานรูปกลมแฮมเบอร์เกอร์ (ขนาดใหญ่)
        ปกติ 3,300.00 บ.
        พิเศษ 2,300.00 บ.
        สัณฐานรูปสมอจันทร์ ( รูปนัยดวงตา )
        ปกติ 1,299.00 บ.
        พิเศษ 989.00 บ.
        แก้วมณีนาคราช (สำหรับสวมพระเนตร พญานาค)
        ราคา 3,200.00 บ.
        หินพญานาค (รุ่นใหญ่มโหฬาร)
        โทรมาสอบถามได้ก่อนคะ
        เพชรพญานาค สัณฐานเหล็กไหลตาน้ำ  (รุ่นเล็ก  ขนาด 2*1.2 cm)
        ปกติ 990.00 บ.
        พิเศษ 789.00 บ.
        พระขรรค์ (ขนาดเล็ก)
        ราคา 1,489.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานดอกบัว ( หุ้มด้วยเงินแท้ พร้อมเป็นจี้ห้อยคอ)
        ราคา 1,000.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานแฮมเบอร์เกอร์ (ขนาด 2.2 เซนติเมตร)
        ราคา 1,389.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานหยดน้ำ (ขนาด 2.4 * 2 cm)
        ปกติ 1,099.00 บ.
        พิเศษ 989.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานเป็นไข่ สีฟ้าน้ำทะเล (รุ่นกลาง )
        ปกติ 1,959.00 บ.
        พิเศษ 1,599.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานแฮมเบอร์เกอร์ (รุ่นกลาง 1.5 cm)
        ราคา 589.00 บ.
        รูปปั้นพญานาค มี 3 ขนาดให้เลือกบูชา
        คลิกเข้าไปชมได้เลย
        เพชรพญานาค  สัณฐานแฮมเบอร์เกอร์ สีฟ้าน้ำทะเล  (รุ่นเล็ก)
        ราคา 1,599.00 บ.
        พญานาคราช  สุทโธนาค  ฝั่งแม่น้ำโขง
        ปกติ 280.00 บ.
        พิเศษ 240.00 บ.
        พญานาคราช  สุวรรณนาค  ฝั่งแม่น้ำน่าน
        ปกติ 280.00 บ.
        พิเศษ 240.00 บ.
        เพชรพญานาค  รุ่นหยดน้ำ   (ขนาด 2.4 * 2 cm) สีส้ม
        ปกติ 1,099.00 บ.
        พิเศษ 989.00 บ.
        เพชรพญานาค   สัณฐาน ไข่นกกระทา
        ราคา 1,200.00 บ.
        ขันหมากเบง
        ราคา 300.00 บ.
        ขันธ์  5
        ราคา 340.00 บ.
        พญานาคราช    (องค์เล็ก)
        ราคา 90.00 บ.
        CD บทสวดพระคาถา อนุโมทนาเทพไท้เทวา สรรเสริญนาคีนาคาพญานาคราช
        ราคา 299.00 บ.
        จี้ห้อนคอย  สัณฐานหลังเบี้ย  เงินแท้เกรด AAA
        สอบถามได้คะ
        จี้ห้อยคอ เงินแท้เกรด A   สัญฐานหลังเบี้ย (งานฝีมือ)
        ปกติ 1,200.00 บ.
        พิเศษ 1,100.00 บ.
        จี้ห้อยคอ หุ้มเงินแท้เกรด AAA  รุ่นเหล็กไหลพญานาคราช (เหล็กไหลตาน้ำ)
        ราคา 2,689.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานไข่ปลา
        ราคา 60.00 บ.
        เพชรพญานาคสัณฐานสมอจันทร์ สีขาวขุ่น
        ราคา 999.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานหอยสังข์ ( สีขาวใส ) ขนาด 1.8 * 1 เซนติเมตร
        ราคา 989.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานหอยสังข์ ( สีขาวแดงเลือดนก ) ขนาด 1.8 * 1 เซนติเมตร
        ราคา 989.00 บ.
        เพชรพญานาค สัณฐานหอยสังข์ ( สีฟ้า) ขนาด 1.8 * 1 เซนติเมตร
        ราคา 2,559.00 บ.
        กำไลข้อมือ  12 นักกษัตร
        ราคา 300.00 บ.
        เพชรพญานาคสัณฐานลูกแก้ว (กลมเกลี้ยงเกลา) สีขาว
        ราคา 1,600.00 บ.
        เพชรพญานาคสัณฐานลูกแก้ว (กลมเกลี้ยงเกลา) สีฟ้าน้ำทะเล
        ราคา 3,089.00 บ.
        เพชรพญานาคสัณฐานลูกแก้ว (กลมเกลี้ยงเกลา) สีเหลือง
        ราคา 1,600.00 บ.
        เพชรพญานาคสัณฐานลูกแก้ว (กลมเกลี้ยงเกลา) สีเขียวมรกต
        ราคา 3,089.00 บ.
        เพชรพญานาคสัณฐานลูกแก้ว (กลมเกลี้ยงเกลา) สีม่วงเข้ม
        ราคา 1,600.00 บ.
        เพชรพญานาคสัณฐานกริชโบราณ (หุ้มเงินแท้เกรด A) สีม่วงอ่อน
        ราคา 3,489.00 บ.
        แหวนนาคเกี๊ยวฝังเพชรพญานาค
        ปกติ 2,100.00 บ.
        พิเศษ 1,600.00 บ.
        แหวนเงินแท้ ฝังเพชรพญานาค
        ปกติ 2,100.00 บ.
        พิเศษ 2,589.00 บ.
        แหวนเงินฝังเพชรพญานาค
        ราคา 2,490.00 บ.
        พานขมา
        โทรสอบถาม 0898404782
        พานแหวนหมั้น
        โทรสอบถาม 0898404782
        พานรองเงิน (สินสอด)
        โทรสอบถาม 0898404782
        ช่างถ่ายภาพ
        โทรสอบถาม 089 - 8404782
         
        หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
        (c) 2001- . TARAD.com . All Rights Reserved.